Get Adobe Flash player
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
ขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านมาร่วมแบ่งปันโน้ตเพลงขลุ่ย เพื่อสืบสานเสียงขลุ่ยไทยให้คงอยู่ต่อไปอีกยาวนาน โน้ตเพลงทั้งหมดใช้เพื่อให้ผู้ที่สนใจทุกท่านได้ฝึกฝน และเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า ท่านสามารถดูรายชื่อเพลงได้ที่หัวข้อ "สารบัญโน้ตเพลงขลุ่ย"
  • หน้าที่:
  • 1
  • 2
  • 3

กระทู้: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น

การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1200

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
....หลายคนในที่นี้อยากเป่าเพลงที่ตนชื่นชอบแต่ติดปัญหาคือไม่มีโน้ตเพลงหรือหาโน้ตยากโดยเฉพาะเพลงไทยสากล ผมเองก็เป็นมือใหม่หัดเป่าจึงมีความรู้สึกและเข้าใจหัวอกคนเป่าขลุ่ยด้วยกัน ผมเองไม่ใช่นักดนตรีหรือเป็นผู้รู้ทางด้านนี้อะไร แต่ใจรักที่จะเป่าขลุ่ยเหมือนกับทุกท่าน แต่เมื่อไม่มีโน้ตเพลงที่อยากจะเป่าก็ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ ดังนั้นผมจึงค้นคว้า ศึกษาหาวิธีการแกะโน้ตด้วยตัวเอง จนพอมีความเข้าใจในการแกะโน้ตบ้างถึงแม้ไม่ใช่มืออาชีพแต่ก็สามารถแกะโน้ตเพลงที่อยากจะเป่าได้พอสมควร นอกจากนี้ขลุ่ยยังมีลักษณะเฉพาะและมีข้อจำกัดบางประการ ดังนั้นโน้ตเพลงที่แกะได้ก็ต้องนำมาปรับแต่งด้วยเพื่อให้เล่นได้อย่างไพเราะ

เมื่อผมแกะเพลงพอได้บ้าง ก็ได้ลองหัดแกะเพลงไปเรื่อยทั้งเพลงที่ผมชอบและเพลงที่แต่ละท่านขอมาในเว็บนี้โดยถือว่าเป็นการฝึกฝนไปด้วย ต่อมามีความคิดว่าถ้าผมจะแกะเพลงให้ทุกท่านก็คงทำได้ไม่ได้ตลอด สู้สอนให้ท่านแกะเพลงเป็นจะดีกว่า ดั่งภาษิตว่าจับปลามาให้ ไม่สู้สอนวิธีจับปลาให้ จึงเป็นที่มาของบทความนี้

ในการทำงานหรือทำอะไรก็แล้วแต่ให้ประสบความสำเร็จ สำหรับผมเห็นว่าควรมี
1.องค์ความรู้ ส่วนนี้สำคัญมากครับ สำหรับผมทำอะไรเห็นว่าควรมีความเข้าใจในสิ่งที่เราจะทำ พูดง่ายๆก็ต้องมีหลักการบ้างนะครับ อย่างเช่นถ้าจะตกปลาก็ต้องศึกษาวิธีการตกปลา เรียนรู้ธรรมชาติของปลาแต่ละชนิด ถ้าเราเดินดุ๋ยๆไปตก โอกาสจะได้ปลาก็มีแต่อาจจะไม่มาก เช่นกันองค์ความรู้ทำให้เราสามารถพัฒนาต่อยอดอะไรได้เร็วและง่ายขึ้น
2.เครื่องมือ เป็นส่วนที่ช่วยให้การทำงานของเราเร็วขึ้น สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น โอกาสประสบผลสำเร็จมากขึ้น ที่ผมบอกไว้นะครับต้องมีองค์ความรู้เป็นหลักก่อน ถ้าเรามีเครื่องมือดีๆราคาแพงๆแต่เราใช้ไม่เป็นก็ไม่ต่างอะไรกับคนป่ามีปืน

จากที่โม้มาทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของผมนะครับ ผมไม่ให้คุณเชื่อผมแต่อยากให้พิสูจน์มากกว่า
ต่อไปนี้ขอเข้าเรื่องนะครับ ในส่วนของการแกะเพลงสากล ที่ผมคิดไว้จะแบ่งเป็น3ตอนคือ
ตอนที่1.(ตอนที่อ่านอยู่นี้) กล่าวถึงองค์ความรู้ที่ใช้ในการแกะเพลง อันได้แก่ทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น เน้นที่ตัวโน้ต คีย์เพลงในระบบสากล

ตอนที่2. เครื่องมือที่ใช้ในการแกะเพลงให้ง่ายและเร็วขึ้น
www.noomlamoon.com/index.php?option=com_...catid=13&id=1239

ตอนที่3. วิธีการแกะเพลง การปรับแต่งเพลงให้เข้ากับขลุ่ย
www.noomlamoon.com/index.php?option=com_...catid=13&id=1380
แก้ไขล่าสุด: 6 ปี, 1 เดือน ที่ผ่านมา โดย bamboo.
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: tik, สำคัญ

Re: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1201

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
ตอนที่1. ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น

1.1 โน้ตดนตรี
เป็นสัญลักษณ์แทนระดับเสียงต่ำสูง ในระบบดนตรีสากลมีการเรียกชื่อได้หลายแบบดังนี้ครับ


ผมขอเรียกแบบไทยนะครับคือ โด เร มี ... แต่เวลาเขียนโน้ตลงเพลงจะใช้ตัวย่อเป็น ด ร ม...ไล่ไปเรื่อยๆ
จากตารางดังกล่าว โน้ตสากลเบื้องต้น ประกอบด้วยตัวโน้ต7ตัว คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที (วนซ้ำไปเรื่อยๆ) เวลาเราไล่โน้ตก็เริ่มด้วยโน้ตตัวโดจบด้วยโน้ตตัวเดิมที่สูงกว่าอีก1ช่วงคือโดสูง เรียกว่า1ช่วงคู่แปด (Octave) ก็เลยนับตัวที่ซ้ำเป็นตัวที่8ไปด้วย โดยที่ระยะห่างระหว่างเสียงแต่ละตัวโน้ตจะเท่ากับ1เสียง ยกเว้นโน้ตตัวที่3กับ4 (โน้ตตัวมีกับฟา) และโน้ตตัวที่7กับ8 (โน้ตตัวทีกับโด) จะห่างกันครึ่งเสียง ซึ่งเป็นรูปแบบของโน้ตสากลและเป็นพื้นฐานใช้ในการกำหนดบันไดเสียงต่อไป
เพิ่มอีกนิดนะครับ
-โน้ตที่สูงกว่าโน้ตตัวทีซึ่งคือโดสูงจะใช้สัญลักษณ์จุดอยู่ข้างบน (ดํ)
-ในขณะที่โน้ตที่เสียงต่ำกว่าโดคือทีต่ำจะใช้สัญลักษณ์จุดอยู่ด้านล่างครับ (ทฺ)

ทีนี้ลองมาดูความถี่เสียงของโน้ตระบบสากลกับโน้ตระบบไทย

* จาก ทฤษฎีและการปฏิบัติดนตรีไทย (หน้า 10-11), โดย อุทิศ นาคสวัสดิ์, 2514, กรุงเทพฯ

ความถี่เสียงที่ตรงกันแสดงว่าเสียงโน้ตออกมาตรงกัน ยิ่งความถี่ต่างกันมากเท่าไรเสียงที่ออกมาก็จะแตกต่างกันมากขึ้นเท่านั้น
โน้ตไทยและสากลมีจำนวนตัวโน้ตที่เท่ากันแต่ดูจากความถี่เสียงพบว่าโน้ตระบบสากลกับไทยมีความถี่เสียงที่ไม่ตรงกันเกือบทั้งหมดและมีความแตกต่างของเสียงมากสุดที่โน้ตตัวที หมายถึงถ้าจับเครื่องดนตรีสากลกับดนตรีไทยมาเล่นด้วยกัน เสียงโน้ตตัวทีจะออกมาฟังดูไม่ค่อยประสานเสียงกันมากที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งถ้าเอาคนเล่นเครื่องดนตรีสากลอยู่แล้วให้มาเล่นเพลงสากลด้วยเครื่องดนตรีไทยก็จะบอกว่าเสียงโน้ตแปล่ง ในทางกลับกันให้คนเล่นดนตรีไทยเอาเครื่องดนตรีสากลมาเล่นเพลงไทยเดิม คนเล่นดนตรีไทยก็คงบอกว่าเสียงโน้ตเพี้ยนเช่นกัน

ลองมาดูอัตราส่วนโน้ตที่ติดกันนะครับ คือจับเอาความถี่ของตัวโน้ตที่อยู่ติดกันมาหารกันดังนี้


สังเกตุโน้ตระบบสากลจะเห็นว่าอัตราส่วนเท่ากับ1.12 ยกเว้น มีกับฟา และ ทีกับโด ที่ห่างกัน 1.06 จึงเป็นที่มาของคำว่าห่าง 1 เสียง(คืออัตราส่วนเท่ากับ1.12) และครึ่งเสียง (อัตราส่วนเท่ากับ 1.06)
ส่วนโน้ตระบบดนตรีไทยอัตราส่วนของตัวโน้ตที่ติดกันเท่ากับ 1.1 ทุกตัวโน้ต ซึ่งคงเป็นที่มาของคำว่าห่าง1เสียง

แต่เนื่องจากเพลงที่เราฟังส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยลูกทุ่ง สตริง ต่างก็อ้างอิงระบบโน้ตสากลเป็นหลัก จึงเป็นที่มาของการพัฒนาขลุ่ยหรือเครื่องดนตรีไทยที่พยายามปรับเสียงให้ตรงกับเสียงโน้ตสากล

Re: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1202

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
1.2เครื่องหมายชาร์ป(Sharp,#)และแฟล็ต(Flat,b)
นำมาประกอบตัวโน้ตทำให้โน้ตตัวนั้นมีเสียงเปลี่ยนไปในทางที่สูงขึ้นหรือต่ำลงอีกครึ่งเสียง ดังนี้
-เครื่องหมายชาร์ป (#) ทำให้โน้ตตัวนั้นมีระดับเสียงสูงขึ้นอีกครึ่งเสียง
นิยมใส่หลังชื่อตัวโน้ตที่เรียกชื่อเช่น ล# (ลาชาร์ป, A#) จะมีเสียงสูงกว่าโน้ตตัวลาอีกครึ่งเสียง เนื่องจากโน้ตตัวลากับโน้ตตัวทีห่างกัน1เสียง ดังนั้นโน้ตลาชาร์ปจึงมีเสียงอยู่กลางระหว่างโน้ตตัวลากับโน้ตตัวที
-เครื่องหมายแฟล็ต(b) ทำให้โน้ตตัวนั้นมีระดับเสียงที่ต่ำลงอีกครึ่งเสียง
นิยมใส่หลังชื่อตัวโน้ตที่เรียกชื่อเช่น ทb (ทีแฟล็ต, Bb) จะมีเสียงต่ำกว่าโน้ตตัวทีลงมาเครึ่งเสียง เนื่องจากโน้ตตัวลา กับโน้ตตัวทีห่างกัน1เสียง ดังนั้นโน้ตทีแฟล็ตจึงมีเสียงอยู่กลางระหว่างโน้ตตัวลากับโน้ตตัวที


*ดังนั้นจะสังเกตได้ว่ามีโน้ตที่ติดแฟล็ตและชาร์ปที่มีเสียงตรงกันเช่นทีแฟล็ตกับลาชาร์ป(Bb,A#),โดชาร์ปกับโน้ตเรแฟล็ต(C#,Db)ที่เสียงตรงกันจะเรียกหรือใช้ชื่อไหนก็ได้เหมือนกันครับ
ดังนั้นสามารถสรุปแสดงแผนผังโน้ตทั้งหมดที่ห่างกันทีละครึ่งเสียงได้ดังนี้ครับ


จากตารางข้างบนเรียกว่าโครเมติกสเกล(Chromatic Scale) คือการไล่โน้ตทีละครึ่งเสียงในระบบสากล
ง่ายๆคือ C C# D D# E F F# G G# A A# B รวม12เสียง (EกับF และ BกับCห่างกันครึ่งเสียงอยู่แล้ว)

โน้ตที่ติดชาร์ปและแฟล็ตนั้นในขลุ่ยไม่ค่อยได้นำมาเป่าเท่าไร เพราะการเป่าโน้ตเหล่านี้ให้ได้เสียงตรงทำได้ยากและวางนิ้วลำบากทำให้เล่นไม่คล่องและจริงๆก็ไม่ค่อยได้เจอนัก เวลาฝึกเป่าขลุ่ยแนะนำให้เป่าโน้ตเบื้องต้นคือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที (C D E F G A B ) ให้คล่องเสียงชัดเชนก่อน ต่อไปฝึกลูกเล่นเกี่ยวกับขลุ่ยเบื้องต้น แล้วจึงค่อยมาฝึกโน้ตชาร์ปและแฟล็ตภายหลัง โน้ตชาร์ปและแฟล็ตที่เจอบ่อยที่สุดคือ ฟาชาร์ป(F#) และ ทีแฟล็ต(Bb/A#) รองลงมาคือโน้ต โดชาร์ป(C#/Db) กับ มีแฟล็ต(Eb/D#)
ปกติแล้วถ้าเพลงนั้นติดโน้ตชาร์ปหรือแฟล็ตมากกว่า2ตัว จะเปลี่ยนขลุ่ยคีย์ใหม่ไปเลย
แก้ไขล่าสุด: 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา โดย bamboo.

Re: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1203

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
1.3 ขั้นคู่ (Interval)
เป็นการเรียกระยะห่างระหว่างโน้ต2ตัว แสดงความสัมพันธ์ระหว่างโน้ตทั้ง2 ปกติจะเป็นการนับโดยอ้างอิงชื่อเรียกตัวโน้ตเป็นไปตามลำดับโดยไม่ต้องสนใจว่าโน้ตนั้นจะติดเครื่องหมายชาร์ป(#) หรือแฟล็ต (b) หรือไม่
เช่น โน้ตตัวโด กับ ตัวซอล ให้นับโน้ตตัวโดเป็นตัวที่1 ไล่ขึ้นไปตามลำดับ จะได้โน้ตเรเป็นตัวที่2 , มีเป็นตัวที่3, ฟาเป็นตัวที่4 และซอลเป็นโน้ตตัวที่5 ดังนั้นโน้ตโดกับซอลจึงมีความสัมพัธ์เป็นคู่5 ในขณะเดียวกัน ด#กับซ หรือ ดbกับซ# ก็เป็นคู่5เช่นเดียวกันครับ เพราะเราไม่ได้สนใจเครื่องหมายชาร์ป(#)หรือแฟล็ต(b)
ขั้นคู่ดูเหมือนง่ายไม่มีอะไร แต่เนี่ยเป็นพื้นฐานมาใช้ประสานเสียงให้เพลงเกิดความไพเราะขึ้นตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงขั้นสูงเลยครับ

ขอยกตัวอย่างให้เห็นเบื้องต้นในการเป่าขลุ่ย ที่เราเอามาเป่าเอื้อนหรือทำเสียงโหยหวนกัน สังเกตุไหมว่าที่เราชอบเป่าจะเป็นโน้ตคู่3 ที่เห็นบ่อยคือ ล-ดํ , ม-ซ , รํ-ฟํ เช่นจะเป่าเสียงโดสูงก็เป่าเสียงลาก่อนแล้วเอื้อนเข้าโดสูง หรือจะเป่าโน้ตซอลก็เป่าโน้ตตัวมีก่อนเช่นเดียวกัน

อีกอย่างโน้ตตัวแรกของเพลงที่ตรงกับคำร้องแรกหรือขึ้นท่อนเพลงใหม่ ที่นิยมเป่าก็เห็นมี2แนวคือใช้โน้ตคู่2โดยเป่าโน้ตคู่2ที่ต่ำกว่าแล้วเอื้อนเข้าหาโน้ตหลักเช่นเพลงขึ้นด้วยโน้ตตัวลาก็เป่าโน้ตตัวซอลก่อนแล้วเอื้อนเข้าหาโน้ตลา อีกวิธีคือการเป่าไล่โน้ตจากสูงกว่ามาหาโน้ตหลักโดยเริ่มที่คู่4หรือคู่5 เช่นโน้ตซอลเป็นโน้ตหลักที่ต้องเป่า ก็ให้เป่าไล่โน้ตโดสูง ที ลา และซอล ในลมเดียวอย่างรวดเร็ว ก็ได้เช่นกันครับ
ลองฟังเยอะๆแล้วลองวิเคราะห์เป่าดูครับว่าเสียงที่เพราะๆเป็นคู่อะไรบ้างโน้ตอะไรบ้าง จะได้แนวทางที่หลายหลายมากขึ้น
อีกอย่างหนึ่งถ้าในเพลงเจอโน้ตเสียงต่ำกว่าเสียงขลุ่ยเป่าได้เช่นทีต่ำ หรือ ลาต่ำ วิธีหนึ่งก็คือเปลี่ยนตัวโน้ต ปกติจะเห็นใช้โน้ตคู่4 จะเห็นได้ว่าเรานำใช้โน้ตตัวมีมาแทนโน้ตทีต่ำ และ โน้ตตัวเร มาแทนโน้ตลาต่ำ เป็นต้น

ในการหัดเป่าขลุ่ยนอกจากหัดเป่าไล่นิ้วโน้ตโด เร มี..ตามปกติ ก็หัดลองไล่นิ้วแบบขั้นคู่ดูบ้างนะครับ เริ่มจากโน้ตคู่2คือ โดเร เรมี มีฟา ฟาซอล .... และโน้ตคู่3 คือ โดมี เรฟา มีซอล ... ไปเรื่อยๆและไล่กลับจากสูงมาต่ำ โน้ตคู่2และคู่3จะนำมาใช้บ่อยมากในการเป่าขลุ่ยให้ไพเราะครับ

Re: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1204

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
1.4 บันไดเสียง.
ขอกล่าวถึงบันไดเสียงเมเจอร์ซึ่งเป็นบันไดเสียงที่ใช้กันแพร่หลาย โครงสร้างของบันไดเสียงเมเจอร์ประกอบด้วยโน้ต 7ตัว โดยแต่ละโน้ตมีระยะห่างระหว่างเสียงเท่ากับ1เสียงยกเว้นโน้ตตัวที่3กับ4 และโน้ตตัวที่7กับ8(ซ้ำกับตัวที่1) จะห่างกันครึ่งเสียง ดังรูป


ที่เห็นทั่วไปจนชินคือโน้ต โด เร มี ฟา ซอล ลา ที (C D E F G A B ) เราเรียกว่าบันไดเสียงซีเมเจอร์ (C Major) เป็นบันไดเสียงที่ไม่มีโน้ตตัวไหนติดเครื่องหมายชาร์ป(#)หรือติดแฟล็ต(b)เลย จากโครงสร้างของบันไดเสียงเมเจอร์ข้างต้นทำให้ทราบว่าเสียงมีกับฟา และ ทีกับโด ห่างกันครึ่งเสียง นอกนั้นห่างกัน1เสียง
การเรียกชื่อบันไดเสียง จะเรียกตามโน้ตตัวแรกที่ขึ้นต้นครับ

ลองมาไล่โน้ตในบันไดเสียงอื่นดูเป็นตัวอย่างนะครับเช่น บันไดเสียงดีเมเจอร์ (D Major)
-โน้ตเป็นตัวแรกเป็นตัวเร(D)ตามชื่อบันไดเสียง
-โน้ตตัวที่2จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวแรกอยู่1เสียง ซึ่งจะได้เป็นโน้ตมี(E)
-โน้ตตัวที่3จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวที่2อยู่1เสียง ซึ่งจะได้โน้ตฟาชาร์ป(F#) ไม่ใช่โน้ตฟา เพราะระยะห่างระหว่างโน้ตตัวมีกับฟาปกติห่างกันอยู่แค่ครึ่งเสียงอยู่แล้ว เพื่อให้ได้เสียงห่าง1เสียงจึงต้องยืดเสียงฟาสูงอีกครึ่งเสียง
-โน้ตตัวที่4จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวที่3ครึ่งเสียง ซึ่งจะได้เป็นโน้ตซอล(G) เพราะโน้ตตัวที่3เป็นฟาชาร์ป (F#)
-โน้ตตัวที่5 จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวที่4อยู่1เสียง ซึ่งจะได้เป็นโน้ตลา(A)
-โน้ตตัวที่6 จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวที่5อยู่1เสียง ซึ่งจะได้เป็นโน้ตที(B )
-โน้ตตัวที่7 จะต้องมีเสียงห่างจากโน้ตตัวที่6อยู่1เสียง ซึ่งจะได้เป็นโน้ตตัวโดชาร์ป(C#) เพราะโน้ตตัวทีกับโดปกติจะห่างกันครึ่งเสียง ดังนั้นจึงต้องยืดเสียงโน้ตตัวโดให้สูงอีกครึ่งเสียงเพื่อให้ได้เสียงห่าง1เสียง
-ทดสอบโน้ตตัวที่8ซึ่งเป็นโน้ตตัวเดียวกับตัวแรก จะต้องห่างจากโน้ตตัวที่7อยู่ครึ่งเสียงพบว่าถูกต้องเพราะโน้ตตัวที่7เป็นโดชาร์ป(C#)ซึ่งห่างจากโน้ตเรครึ่งเสียง
สรุปในคีย์ดี(D) ประกอบด้วยโน้ต เร มี ฟาชาร์ป ซอล ลา ที โดชาร์ป (D E F# G A B C#)

ลองไล่โน้ตในคีย์ทั้งหมดดังตารางต่อไปนี้ครับ



ในกรณีบางคีย์นั้นเรียกชื่อได้2อย่างเช่นคีย์ บีแฟล็ต(Bb) ก็สามารถเรียกว่าคีย์ เอชาร์ป(A#)ได้เพราะคือคีย์เดียวกัน แต่จะชื่อเรียกที่นิยมกันผมลงในหัวของตารางให้แล้วนะครับ

การที่มีหลายบันไดเสียงก็เพราะคนเราแต่ละคนช่วงระดับเสียงไม่เท่ากัน เช่นช่วงเสียงผู้หญิงสูงกว่าผู้ชาย ดังนั้นร้องเพลงเดียวกันก็ไม่เข้ากัน จึงมีการแยกออกมาเป็นชุดระดับของเสียง
และในการแกะเพลงถ้ารู้ว่าเพลงอยู่ในบันไดเสียงอะไร ก็จะทำให้เรารู้คร่าวๆว่า ตัวโน้ตหลักจะประกอบด้วยโน้ตอะไรบ้าง

มีบันไดเสียงอีกชนิดหนึ่งที่ใช้กันแพร่หลายและจะเจอกันในเพลงลูกทุ่งและไทยเดิมเรียกว่าบันไดเสียงเพนตาโทนิก(Pentatonic Scale) เป็นบันไดเสียงที่ประกอบด้วย 5 ตัวโน้ต คือโน้ตตัวที่ 1,2,3,5,6 ของบันไดเสียงเมเจอร์ ตัวอย่างเช่นบันไดเสียงเพนตาโทนิกที่ตรงกับบันไดเสียงซีเมเจอร์(C Major) ประกอบด้วยโน้ต โด เร มี ซอล ลา
บันไดเสียงเพนตาโทนิกที่ตรงกับบันไดเสียงเอฟเมเจอร์(F Major) ประกอบด้วยโน้ต ฟา ซอล ลา โด เร
บันไดเสียงเพนตาโทนิกที่ตรงกับบันไดเสียงจีเมเจอร์(G Major) ประกอบด้วยโน้ต ซอล ลา ที เร มี
นับเป็นความโชคดีที่เราจะไม่เจอตัวโน้ตที่ติดชาร์ปหรือแฟล็ตในบันไดเสียงเพนตาโทนิกทั้ง3คีย์นี้ ทำให้ขลุ่ยเลาหนึ่งเล่นได้3คีย์อย่างน้อย ตัวอย่างของเพลงในบันไดเสียงเพนตาโทนิกที่คุ้นหูได้แก่ เดือนเพ็ญ

Re: การแกะเพลงเบื้องต้น ตอนที่1 โน้ตเบื้องต้น 6 ปี, 3 เดือน ที่ผ่านมา #1205

  • bamboo
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • จำนวนโพสต์: 155
  • พลังน้ำใจ: 33
เรามาลองฟังตัวอย่างเพลงลาวดวงเดือนในแต่ละบันไดเสียงดีกว่านะครับ

1.คีย์ซีC
เป็นเพลงบบรเลงด้วยระนาด ผลงานของขุนอิน ระนาดบางกอก



2.คีย์บีแฟล็ต(Bb) เสียงจะต่ำกว่าคีย์Cอยู่1ช่วงเสียง (ตามแผนนังโน้ตในหัวข้อหลัก1.2)
เป็นเพลงบรรเลงด้วยขิม ผลงานของคุณอ้อม aomjai.blogspot.com



3.คีย์เอ(A) เสียงจะต่ำกว่าคีย์Bb อยู่ ? เสียง
เป็นเพลงบรรเลงและขับร้อง ผลงานของวง zansab philharmonic orchestra
  • หน้าที่:
  • 1
  • 2
  • 3
ผู้ดูแลฟอรัม: tik, sopon
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.16 วินาที